รวมเรื่องที่ต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตัวช่วยหน้าเด็กลดอายุจริงไหม?

00
mins read
รวมเรื่องที่ต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตัวช่วยหน้าเด็กลดอายุจริงไหม?

ใบหน้าที่ดูเด็กและอ่อนเยาว์อยู่เสมอนั้นถือเป็นเทรนด์ความงามที่เป็นที่ต้องการในทุกยุคทุกสมัย แต่ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น ความแห้งของสภาพอากาศ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อาจทำให้ผิวดูมีริ้วรอย และบริเวณร่องแก้มถือเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สามารถเห็นได้ชัดมากที่สุดอีกบริเวณหนึ่งบนใบหน้า และการฉีดฟิลเลอร์นั้นถือว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้เป็นอย่างมาก

ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร เหมาะกับใครบ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ การฉีดสารไฮยาลูโรนิคเพื่อเข้าไปเติมเต็มที่ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มให้ดูอิ่มฟูและเปล่งปลั่งขึ้นมา เนื่องจากบริเวณนี้นั้นเป็นบริเวณที่เมื่อมีริ้วรอยเกิดขึ้นเมื่อไหร่จะทำให้เห็นชัดมาก ทำให้ใบหน้าดูแก่ ดูมีอายุ โดยฟิลเลอร์จะช่วยเข้าไปกักเก็บน้ำที่ใต้ชั้นผิว จึงช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ ไม่โทรม อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ง่าย ไม่ต้องพักฟื้น

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ เช่น

  • มีปัญหาร่องแก้มไม่ได้ลึกมาก และยังสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์อยู่
  • ผู้ที่มีผิวแห้งจนเกิดเป็นริ้วรอยที่ร่องแก้ม
  • ผู้ที่มีร่องแก้มจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มทำงานหนักมากจนเกินไป
  • ผู้ที่มีผิวบริเวณร่องแก้มไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า และต้องการให้ใบหน้าดูเด็กและอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่ประสบปัญหากระดูกหน้าแก้มยุบตัวลงเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทำให้มีแก้มย้อย มีร่องแก้มที่ชัดมากขึ้น

สาเหตุร่องแก้มลึกเกิดจากอะไรบ้าง?

สาเหตุของการเกิดร่องลึกที่บริเวณแก้มนั้นเกิดมาได้จากหลากหลายสาเหตุ แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 สาเหตุ ดังนี้

การยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตา

ปัญหาการยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตาจะพบได้ในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยจะทำให้เนื้อแก้มห้อยย้อยลงมาที่บริเวณเหนือร่องแก้ม ทำให้ร่องแก้มดูลึก ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อยกกระชับผิวชั้นในกระดูกขึ้นไปด้านบน ช่วยให้ผิวดูกระชับและเต่งตึงมากยิ่งขึ้น

การยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้ม

ร่องแก้มของคนเรานั้นจะเริ่มยุบตัวลงเมื่ออายุประมาณ 20-30 ปี เมื่อร่องแก้มยังไม่ได้ยุบตัวลงไปลึกมากก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นกระดูกใต้กล้ามเนื้อ และควรฉีดในจุดที่ต่ำกว่าร่องแก้มเล็กน้อยเพื่อป้องกันการดึงตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้ม

การยิ้มบ่อย ๆ จนกล้ามเนื้อบริเวณแก้มเข็งแรงเกินไป

หากต้องการแก้ไขปัญหาร่องแก้มจากการยิ้มบ่อย ๆ จนกล้ามเนื้อบริเวณแก้มแข็งแรงจนเกินไปให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ แนะนำให้ใช้วิธีการฉีดโบท็อกร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ 

ผิวแห้งหร้าน ตากแดดบ่อย ชั้นผิวบางลง

ปัญหาผิวแห้งกร้านที่เกิดจากการสูญเสียความชุ่มชื้นหรือการตากแดดบ่อย ๆ นั้นสามารถแก้ไขได้โดยการดื่มน้ำเยอะ ๆ ทาครีมบำรุงผิว และทาครีมกันแดด รวมไปถึงการฉีดฟิลเลอร์ก็สามารถแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่เกิดจากความแห้งกร้านและการตากแดดบ่อยได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้แนะนำให้เลือกฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเล็ก ๆ เพื่อป้องกันผิวเป็นตุ่มนูน ไม่เรียบเนียน

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มดียังไง และมีข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้มได้เห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใด ๆ ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถเห็นผลได้ทันที 

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นการเติมเต็มร่องแก้มด้วยสารไฮยาลูโรนิคที่เมื่อเวลาผ่านไปจะสลายไปเองตามธรรมชาติ โดยระยะเวลาที่สามารถอยู่ได้คือที่ประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่ยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้

การฉีดฟิลเลอร์นั้นไม่ได้มีความเสี่ยงหรือความอันตรายใด ๆ เพราะเป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ควรระวังคือการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งไม่ได้มาตรฐานตามที่ทางองค์การอาหารและยากำหนดไว้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงและเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นจึงควรใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้สามารถฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและแก้ปัญหาได้ดีสมความตั้งใจ อีกทั้งยังควรเลือกสถานที่ให้บริการที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน รวมทั้งควรเลือกสถานที่ให้บริการที่ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ เป็นการป้องกันอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์หรือสตรีผู้ที่กำลังให้นมบุตรไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยากก็ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์อีกด้วย

เติมฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องใช้กี่ cc?

หากปัญหาร่องแก้มนั้นมีความลึกมาก ๆ (พบมากในเคสที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป) จะจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์หลาย cc ในบางเคสอาจใช้สูงถึง 3-4 cc และอาจจะต้องทำร่วมกับวิธีการอื่น ๆ ด้วย เช่น การทำ ulthera หรือร้อยไหม เป็นต้น

แต่หากเป็นเคสทั่ว ๆ ไปที่มีปัญหาร่องแก้มไม่ลึกมาก แพทย์จะแนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์ที่แก้มข้างละประมาณ 1-2 cc ฟิลเลอร์ของแท้นั้นจะมีความปลอดภัยในการฉีดและจะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

ในการคำนวณปริมาณในการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะเป็นผู้ทำการประเมินทั้งหมด นั่นคืแเหตูผลที่ควรใช้บริการคลินิกที่ให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพราะหากคำนวณฟิลเลอร์ผิดพลาด ก็อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติได้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปัญหาร่องแก้มนั้นเป็นวิธีที่เป็นที่นิยม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหลายคนเข้าใจว่าการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นมีความเสี่ยงที่ใบหน้าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่เพราะเนื่องจากในท้องตลาดมีฟิลเลอร์เถื่อน ฟิลเลอร์ปลอมมากมายที่มาในราคาถูกแสนถูก ผู้ที่เห็นแก่บริการราคาถูกควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะฟิลเลอร์ปลอมที่ว่านี้มีมากมายหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบซิลิโคนเหลว แบบที่เป็นฟิลเลอร์แต่ว่าไม่มีความบริสุทธ์ซึ่งไม่สามารถสลายละลายออกจากร่างกายได้ 100% ดังนั้น จึงทำให้เกิดความเสี่ยงและอาจเกิดอันตรายจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอมได้

หากใครที่มีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แนะนำให้หาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งสมัยนี้มีข้อมูลให้อ่านและมีรีวิวมากมาย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถหาอ่านได้ไม่ยาก และมีการเปรียบเทียบข้อมูลบนโลกออนไลน์ หากใช้ฟิลเลอร์ของแท้ในการฉีดร่องแก้มก็แทบจะไม่ต้องกังวลในเรื่องของความอันตรายที่เกิดจากตัวฟิลเลอร์เลย เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าร่างกาย ฟิลเลอร์ของแท้จะสามารถสลายเองได้ 100% ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์จึงไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวหรืออันตรายอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจอีกต่อไป หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ในการฉีด

อีกสิ่งหนึ่งที่แพทย์ควรระมัดระวังในการฉีดฟิลเลอร์แก้มก็คือการฉีดไปโดนเส้นเลือดที่สำคัญ ซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งหากแพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการฉีดเพียงพอก็จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ไปได้

ฉีดร่องแก้มบวมกี่วัน?

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อาจเกิดอาการบวมหลังการฉีดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้แต่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บางคนอาจไม่มีอาการบวมหรืออักเสบใด ๆ เลย แต่กับบางคนอาจมีอาการบวมร่วมกับอาการอักเสบที่บริเวณรอยฉีด 

สำหรับบางคนที่มีอาการบวมนั้นไม่ต้องกังวล เพราะอาการบวมส่วนใหญ่จะลดลงและหายไปเองในเวลาประมาณ 3-4 วัน  อาการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเกิดขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารฟิลเลอร์ สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะทำให้เกิดการสะสมของน้ำในระยะแรก ทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบได้ โดยปกติแล้วอาการบวมหรืออักเสบจะไม่รุนแรงและไม่ค่อยเป็นอันตราย แต่หากมีอาการบวมรุนแรงมากหรือเกิดอาการแสดงอื่น ๆ เช่น รอยฉีดอักเสบเป็นรอยแดงหรือรู้สึกเจ็บ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ทันที การบรรเทาอาการหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้โดยใช้วิธีง่าย ๆ เช่น การใช้น้ำแข็งประคบเพื่อช่วยลดอาการบวมและอักเสบ หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงในช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด เป็นต้น

เปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกับศัลยกรรมดึงหน้าร้อยไหม แบบไหนดีกว่ากัน?

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มหรือจะทำการร้อยไหมดีกว่ากัน ก่อนอื่นเลยจะแนะนำให้ศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละอย่างก่อน ดังนี้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นวิธีที่ช่วยเติมเต็มร่องแก้มลึกและส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกที่ทำให้เกิดปัญหาร่องแก้มได้ดีโดยใช้เทคนิคการฉีดไล่ตั้งเพื่อยกมุมปากซึ่งเป็นการแก้ปัญหาร่องแก้มลึกอย่างตรงจุด

หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีและดูเป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มทำให้ร่องแก้มดูเต่งตึงขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเด็กและอ่อนเยาว์ขึ้นนั่นเอง

แต่การฉีดฟิลเลอร์นั้นมีข้อจำกัดตรงที่ว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ได้คงทนถาวร โดยสารฟิลเลอร์จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ ทำให้ต้องกลับมาฉีดซ้ำ

การดึงหน้าร้อยไหม

ผู้ที่มีแก้มตอบสามารถใช้ไขมันดึงขึ้นมาเติมบริเวณแก้มได้ แต่ในการใช้วิธีนี้จำเป็นต้องมีเนื้อแก้มส่วนล่างที่เพียงพอที่จะถูกดึงขึ้นมา เมื่อไม่มีเนื้อแก้มส่วนล่างเพียงพอ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมแก้มแทน  การร้อยไหมดึงร่องแก้มอาจช่วยเสริมผิวหนังชั้นตื้นเล็กน้อยเท่านั้น หากใช้ร้อยไหมเงี่ยงก้างปลาเพื่อดึงร่องแก้มโดยตรง อาจทำให้เนื้อแก้มสูงขึ้นและบวม ทำให้โหนกแก้มไม่สวยและดูไม่เป็นธรรมชาติ ในกรณีที่ใช้ไหมเรียบเติมเต็มร่องแก้ม จะต้องร้อยซ้อนกันหลาย ๆ เส้นในจุดเดียวกัน เพื่อให้เกิดอิลาสตินที่ซ้อนทับกับกันเป็นพังผืดแข็ง ๆ และเต็มเติมร่องแก้มให้ดูเต็มขึ้น

หากต้องเลือกว่าจะฉีดฟิลเลอร์หรือเลือกการร้อยไหมในการแก้ปัญหาร่องแก้ม ต้องบอกก่อนว่าทั้งสองวิธีนั้นมีความแตกต่างกัน หากต้องการแก้ปัญหาร่องแก้มให้ได้ผลตรงจุดมากที่สุด แพทย์จะแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เนื่องจากมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเห็นผลได้ทันที ฟิลเลอร์ร่องแก้มจะช่วยเติมเต็มและยกร่องแก้มให้ดูเต่งตึงและมีความเป็นธรรมชาติ แต่ข้อจำกัดคือไม่คงทนถาวร

สำหรับคนที่ร่องแก้มไม่ลึกมากและกลัวการฉีดฟิลเลอร์ มีทางเลือกอีกหนึ่งทาง คือ การทำ Hifu หรือ Ulthera ซึ่งเป็นการใช้คลื่นเสียงที่มีความปลอดภัยสูง ยิงลงในชั้นผิวของผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง แต่ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จาก Hifu อาจจะไม่ชัดเจนและเป็นไปอย่างรวดเร็วเท่ากับการฉีดฟิลเลอร์

การเตรียมตัวก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • พูดคุยและประเมินลักษณะของร่องแก้มโดยแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม พร้อมทั้งเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาร่องแก้ม ในขั้นตอนนี้ควรแจ้งประวัติการใช้ยาและโรคประจำตัว
  • ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่อาจไปช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหยังที่บริเวณร่องแก้ม
  • ช่วง 2-3 วันก่อนการฉีด งดอาหารที่มีรสเค็ม เพราะอาหารรสเค็มอาจส่งผลกระทบต่อระบบหมุนเวียนเลือด
  • ช่วง 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่สัมผัสความร้อนหรือกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นต้น

วิธีปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส นวด กด หรือเกาในบริเวณที่ฉีดโบท็อก 
  • หากมีอาการบวมแดง ช้ำเขียว หรือมีอาการคันใด ๆ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
  • แนะนำให้อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น หลีกเลี่ยงกับการสัมผัสกับความร้อนทุกชนิด และหลกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาการหน้าแแดงอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดการทำเลเซอร์ร้อนที่ลงลึกไปยังใต้ชั้นผิว ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีดฟิลเลอร์
  • อย่าขยับหรือนวดหน้าหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อยที่และไม่เกาะผิว
  • สามารถประคบเย็นได้หากเกิดอาการบวมช้ำ แต่ไม่แนะนำให้กดแรง ๆ 
  • ดื่มน้ำในปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวันเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อิ่มฟูและคงอยู่ได้ยาวนานขึ้น

ทำไมเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน?

หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนนั่นอาจเป็นเพราะวิธีการฉีดที่ไม่ถูกต้องหรือใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณร่องแก้มที่ฉีด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าร่องแก้มลึกเกิดจากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา ควรหลีกเลี่ยงการแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณร่องแก้ม เพราะจะทำให้หน้าดูบวมที่บริเวณเหนือร่องแก้มและทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

หากมีการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเกิดเป็นก้อนขึ้นมา สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์ โดยใช้เอนไซม์ที่เรียกว่า Hyaluronidase ซึ่งจะช่วยในกระบวนการสลายฟิลเลอร์ให้ได้ทั้งหมด โดยผิวจะกลับคืนสภาพเดิม และสามารถฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใหม่เพื่อแก้งานให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่ต้องการได้

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเลือกยี่ห้อยังไง และฉีดที่ไหนดี?

การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละบริเวณมีความเหมาะสมกับชนิดของฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับฉีดฟิลเลอร์สำหรับใช้ในการฉีดร่องแก้ม แนะนำให้เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ทนต่อการขยับได้ดี เนื่องจากผิวบริเวณร่องแก้มมีความแห้งและบางมาก ฟิลเลอร์เหล่านี้จะสามารถกระจายตัวและกลืนไปกับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด สำหรับยี่ห้อของการฉีดฟิลเลอร์ที่แนะนำ มีดังนี้

  • Juvederm Volift (ระยะ 12 เดือน) เนื้อนิ่ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบาง
  • Juvederm Volux (ระยะ 18-24 เดือน): เนื้อแข็งและมีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดร่องแก้มที่ลึก
  • Restylane Volyme (ระยะ 12 เดือน): เนื้อนิ่มปานกลางและมีความยืดหยุ่นสูงมาก เหมาะสำหรับฉีดร่องแก้ม
  • Belotero Intense (ระยะ 18 เดือน): เนื้อแข็งและมีความยืดหยุ่นดี เหมาะสำหรับการฟื้นฟูและเพิ่มปริมาณของผิว
  • Definisse Restore (ระยะ 12 เดือน): เนื้อนิ่มและมีความแข็งปานกลาง เหมาะสำหรับการฉีดร่องแก้ม ริ้วรอยร่องลึก และริ้วรอยหย่อน

เคล็ดลับในการเลือกสถานที่ในการฉีดฟิลเลอร์แนะนำให้เลือกใช้บริการคลินิกที่มีมาตรฐาน ให้บริการอย่างปลอดภัย มีใบรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถหาอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงได้

สรุปการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม และทำไมจึงต้องฉีดที่ Skinserity ดีอย่างไร?

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่คลินิก Skinserity ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญและมากไปด้วยประสบการณ์ อีกทั้งคลินิกยังให้บริการด้วยมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย สามารถหาอ่านรีวิวจากผู้เคยใช้บริการจริงได้ นอกจากนี้ ทางคลินิกยังใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศไทย จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพหลังฉีด

Features pots

No items found.

Plan your treatment with us today